:: จำหน่ายพันธุ์ยางพารา ยางตาเขียว ยางชำถุง กล้ายางพารา พันธุ์ 251 600 235 408 984 24 226 ได้มาตฐานกรมวิชาการเกษตรรับรอง :: :: จำหน่ายพันธุ์ยางตาเขียว ยางชำถุง พันธุ์ 251 600 235 ที่ได้มาตฐานกรมวิชาการเกษตรรับรอง ::
เมนูหลัก
เข้าระบบ
ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน?

สมัครสมาชิก!


SmartSection is developed by The SmartFactory (http://www.smartfactory.ca), a division of InBox Solutions (http://www.inboxsolutions.net)
เรียนรู้เรื่องยางพารา > ยางพารา > เรื่องของไม้ยางพารา
เรื่องของไม้ยางพารา
Published by Supe on 11/9/2007 (13659 reads)



คำนำ

บทบาทของไม้ยางพารา มีส่วนเพิ่มวัตถุดิบไม้อย่างยั่งยืน มีผลทางเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่งในประเทศกลุ่มอาเซียน ปัจจุบันไทย มีเนื้อที่ปลูกยางประมาณ 12.2 ล้านไร่ เป็นประเทศผู้ผลิตยางพารา อันดับ 1 ประมาณ 2.3 ล้านตัน นอกจาก ปริมาณน้ำยางแล้ว กำลังผลิตไม้ท่อนเพื่อป้อนสู่โรงงานอุตสาหกรรมไม้ หลังจากต้นยางแก่ให้ผลผลิตต่ำ จะต้องโค่นเนื้อที่ปลูกทดแทนปี ละ 230,000 ไร่ มีปริมาณไม้ ถึง 5.1 ล้านตารางเมตร ปัจจุบันไม้แปรรูปยางพารา มีบทบาทสำคัญ เป็นวัตถุดิบของ อุตสาหกรรมไม้ของ ประเทศ ไม้ยางพาราเป็นผลพลอยได้ของการปลูกยาง สามารถลดการบุกรุกการทำลายพื้นที่ป่าอย่างได้ผลดียิ่ง


ความเป็นมาของการปลูกยาง

ต้นยาง (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) เป็น ไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ใน บริเวณเขตชุ่มชื้น แถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน ในทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้มี การขยายการปลูกไปยัง บริเวณเขต ต่าง ๆ ของโลก และ บริเวณประเทศใกล้ เส้นศูนย์สูตร ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ประเทศไทย ในประเทศไทย ได้มีการนำมาปลูก ครั้งแรกใน ปี พ.ศ. 2443 โดย พระยารัษดานุประดิษฐ์ เจ้าเมืองตรัง ในขณะนั้น จาก นั้นอีก 6 ปี กรมป่าไม้ ได้มี การทดลองปลูกต้นยางใน บริเวณภาคใต้ ของประเทศ ปี พ.ศ. 2451 หลวงราชไมตรี ได้นำไปปลูกใน บริเวณ 3 จังหวัด ภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี และตราด ปัจจุบันการปลูกยาง มีการกระจายการปลูกไปยัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งใหญ่ ที่สุดยังคงเป็น ภาคใต้ รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออกส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังถือว่าอยู่ ในขั้น ทดลอง ผลของ การสำรวจพื้นที่ปลูกยาง ที่เป็น โครงการขนาดใหญ ่ครอบคลุม พื้นที่ปลูกยาง ในภาคตะวันออก 7 จังหวัด ภาคใต้ 14 จังหวัด และ ภาคกลางตอนล่าง 1 จังหวัด คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่ปลูกยางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บางจังหวัด รวมพื้นที่ปลูกยางทั้งประเทศ จำนวน 12,245,533 ไร่ ดังนี้






ตารางที่ 1 แสดงพื้นที่ปลูกยางรายจังหวัด

จังหวัด
ปี 2529
ปี 2533
ปี 2539
ประจวบคีรีขันธ์
3,397
5,563
28,190
ชุมพร
145,739
188,942
318,709
ระนอง
26,599
75,804
79,935
สุราษฎร์ธานี
1,117,510
1,325,183
1,662,643
นครศรีธรรมราช
1,467,727
1,466,229
1,406,104
พังงา
553,415
485,464
617,817
ภูเก็ต
106,645
110,634
108,302
กระบี่
646,645
507,078
621,997
ตรัง
963,425
1,061,592
1,059,294
พัทลุง
552,066
556,740
513,369
สงขลา
1,623,704
1,650,244
1,650,178
สตูล
254,779
256,058
281,290
ยะลา
934,308
907,545
945,105
ปัตตานี
354,450
245,689
271,153
นราธิวาส
935,591
870,973
890,127
ชลบุรี
27,501
23,143
121,274
ฉะเชิงเทรา
4,532
8,181
16,597
ระยอง
397,816
606,696
639,790
จันทบุรี
396,918
263,237
527,569
ตราด
253,361
183,126
198,035
สระแก้ว
-
-
4,180
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
-
193,533
283,875
รวม 10,766,12810,986,66012,245,533

ที่มา : สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร
หมายเหตุ : อ้างอิงข้อมูลนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับ นโยบาย คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ให้ ลดพื้นที่ ปลูกยาง เหลือเพียง 12 ล่านไร่ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2542

การใช้ประโยชน์จากไม้ยางพาราในปัจจุบัน

เนื้อที่ป่าไม้ของประเทศ ลดลงอย่างรวดเร็วจาก อดีตถึงปัจจุบัน เนื้อที่ป่าเหล่านี้ ได้ถูกเปลี่ยน เป็นพื้นที่ปลูก พืชเศรษฐกิจ ต่างๆ รวมทั้งบางส่วน เป็นสวนยาง จัดเป็น พืชเกษตรที่ถาวร ไม่ต้องย้ายที่บ่อยๆ เหมือน การทำไร่เลื่อนลอย หรือการปลูกพืชไร่ เช่น ในภาคเหนือของประเทศ เป็นอีกสาเหตุสำคัญ ของการบุกรุกทำลายป่าไม้ ของประเทศ
ปัจจุบัน การผลิตไม้ยางพาราจากการโค่นสวนยางเก่า เพื่อเปลี่ยน เป็นยางพันธุ์ดี ประมาณว่าสามารถทำได้ ประมาณปีละ 230,000 ไร่ เนื้อไม้ จากต้นยางที่ถูกตัดโค่น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้ประมาณไร่ละ 22 ลบ.ม. เมื่อคิดรวม เป็นเนื้อไม้ยางพารา ที่ตัดโค่น เพื่อเปลี่ยนใหม ่มีปริมาณไม้ถึง 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ผลการ ศึกษาทราบว่า สามารถนำไม้ยางพาราออกมา ใช้ได้ ประมาณ 70-75 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณไม้ท่อนที่ผลิตได้ ต่อไร่ ไม้ยางพารา ส่วนใหญ่นำมาผลิต เป็นเฟอร์นิเจอร์ และชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ไม้อื่นๆ เพื่อการส่งออก ปัจจุบัน ทำรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ ไม้ยางพารา ปีละไม่ต่ำกว่า หมื่นล้านบาท เนื่องจาก อุตสาหกรรมไม้ยางพารา ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นที่นิยมของ ตลาดผลิตภัณฑ์ไม้ทั้งใน และต่างประเทศ แยกออกได้ ดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราได้แก่ เครื่องเรือนไม้ ของเล่น แผ่นชิ้นไม้อัด (particle board) ไม้อัด แผ่นใยไม้อัดแข็งความหนาแน่นปานกลาง (MDF) พื้นไม้ปาร์เกต์ กรอบรูป เครื่องครัว อื่นๆ เป็นต้น
2. ไม้เสาเข็มงานก่อสร้าง
3. ล้อไม้สำหรับม้วนสายไฟฟ้าขนาดใหญ่
4. เชื้อเพลิงในรูปแบบต่างๆ เช่น ฟืน ถ่าน
5. ทำลังใส่ปลา
ผลิตภัณฑ์จาก ไม้ยางพาราต่างๆ มีความต้องการใช้ไม้ท่อนเป็น จำนวนมาก เพื่อป้อน สู่ตลาดผู้บริโภค อาจสรุป ความต้องการใช้ไม้ท่อนได้ ดังนี้

ตารางที่ 2 ความต้องการใช้ไม้ท่อนกลมเพื่อกิจกรรมต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ไม้

ชนิดของผลิตภัณฑ์
2540/1997
2545/2002
2550/2007
ทำไม้แปรรูปยางพารา 2.24 2.49 2.77
ไม้อัดและไม้ยาง1.44 1.822.18
แผ่นใยไม้อัด 0.29 0.43 0.57
แผ่นไม้ปาร์ติเกิล0.560.83 1.13
รวมทั้งสิ้น4.53 5.57 6.65

ที่มา : แผนแม่บทป่าไม้ กรมป่าไม้ 1993
  View this article in PDF format Print article Send article

Navigate through the articles
Previous article การบำรุงรักษา การเตรียมพื้นที่ Next article






Design by Ming_Supedapara.com
แลกลิงค์ และลงโฆษณา
แลกลิงค์กับสุปรีดาพาราดอทคอมให้
copy code
นี้ไปติดแล้วเมล์บอกที่
info@supedapara.com